lnwshop logo
เจ้าของร้านค้านี้ ไม่ได้เข้าสู่ระบบเป็นระยะเวลา 33 วัน แล้ว

จำหน่ายต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์ ราคาถูก

จำหน่ายต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์ ราคาถูก
หมวดหมู่ เกษตรกรรม
ราคา 0.00 บาท
สถานะสินค้า พร้อมส่ง
อัพเดทล่าสุด 26 ส.ค. 2559
ความพึงพอใจ ยังไม่มีความคิดเห็น
จำนวน
ถุง
หยิบลงตะกร้า
Share
Scan this!

มะละกอเป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้ามเพราะมะละกอเป็นไม้ผลที่คนไทยนิยมบริโภคทั้งผลดิบและผลสุกทั่วทั้งประเทศไม่มีภาคไหนไม่บริโภคมะละกอ  มะละกอใช้ประโยชน์ทางด้านอุตสาหกรรมได้หลายอย่าง เช่น เนื้อมะละกอดิบสามารถนำไปประกอบอาหาร อย่างเช่นส้มตำที่กินกันทุกครัวเรือน มะละกอแช่อิ่มดองเค็ม ผลมะละกอสุกทานเป็นผลไม้ และแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ซอส ผลไม้กระป๋องแยม ลูกกวาด เปลือกมะละกอใช้เป็นอาหารสัตว์ สีผสมอาหารยางมะละกอใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเบียร์ ผลิตน้ำปลา อาหารกระป๋องอุตสาหกรรมเคมีและเครื่องสำอางเป็นต้น  

                มีการปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจตามความต้องการของตลาดเป็นจำนวนมากแต่ก็ต้องยอมแพ้ไปไม่ถึงดวงดาวเพราะมะละกอมีโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้คือ โรคจุดวงแหวนซึ่งถ้าสวนไหนโรคนี้เข้าแล้วมักจะเสียหายทั้งแปลงทำให้ผู้ปลูกค่อนข้างเข็ดขยาดกับการปลูกมะละกอซึ่งสมัยก่อนจะมีการปลูกมะละกอกันแทบทุกบ้านแต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนกล้าปลูกเพราะกลัวโรคนี้กันทั้งนั้นจึงมีการนำเข้าสายพันธุ์จากต่างประเทศเข้ามาปลูกทดแทนซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นมะละกอทานสุกเป็นส่วนใหญ่ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์เช่น         

มะละกอพันธุ์ฮอลแลนด์  ลักษณะทั่วไปของมะละกอฮอลแลนด์ลำต้นใหญ่กลางใบมีกระโดงใบ ใบ ดอกออกเป็นช่อ ติดผลดก อายุเก็บเกี่ยว เดือนน้ำหนักประมาณ  2-3กิโลกรัมต่อผล เนื้อสีแดงอมส้ม ไม่เละ เนื้อหนา 2.5-3.0 เซนติเมตร ความหวาน 12-14 องศาบริกซ์ ผลผลิตต่อต้น 60-80 กิโลกรัม ผิวเรียบเก็บผลผลิตเมื่อลูกเริ่มเป็นแต้มสีส้ม ผลผลิตราว 5-8ตัน ต่อไร่ราคาตลาดรับซื้อกิโลกรัมละ 10 – 18 บาทต่อกิโลกรัม  ความต้องการของตลาดสูงแต่ปัจจุบันมีผู้หันมาปลูกพันธุ์นี้กันเยอะมาก ทำให้ราคาตลาดค่อนข้างผันผวน
         2 
มะละกอพันธุ์เรดเลดี้(red lady) เป็นมะละกอลูกผสมพันธุ์ใหม่ที่เปิดตัวสายพันธุ์มากว่า ปีแล้ว  มะละกอสายพันธุ์นี้มีจุดเด่นคือ ให้ผลผลิตและติดผลเร็ว ลำต้นสูง 80 เซนติเมตรก็สามารถติดดอกออกผลได้เร็ว โดยในแต่ละต้นมีจำนวนผลดกเฉลี่ย 30 ผลต่อต้น ลักษณะผลสั้นจนถึงยาวรี น้ำหนักเฉลี่ย 1,500 – 2000 กรัมผลที่เกิดจากต้นตัวเมียจะมีลักษณะกลม-สั้น เนื้อสีส้มแดง เนื้อหนาสีส้มแดงกรอบ กลิ่นหอม ความหวาน 13 บริกซ์ เหมาะสำหรับรับประทานสุกหรือดิบทนทานต่อการขนส่งได้ดี เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตเร็วต้านทานโรคใบจุดวงแหวนที่เกิดจากไวรัสได้เป็นอย่างดี  ราคาตลาดรับซื้อกิโลกรัมละ 10-18 บาทต่อกิโลกรัมความต้องการของตลาดเป็นที่นิยมอีกสายพันธุ์หนึ่งแต่ราคากล้าค่อนข้างแพงและหายากทำให้มีผ็คนให้ความสำคัญน้อยกว่าพันธุ์ฮอลแลนด์
                3 
มะละกอพันธุ์ขอนแก่น 80 เป็นพันธุมะละกอที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์ให้มีความทนทานต่อโรคจุดวงแหวนซึ่งเป็นการผสมข้ามพันธุ์โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรขอนแก่นซึ่งมีลักษณะเด่น คือ ต้นเตี้ยมีความสูงเฉลี่ย 1.32 เมตรผลแรกเริ่มสุกภายใน เดือน โดยให้ผลผลิต 6,300 กิโลกรัมต่อไร่ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนักเฉลี่ย 770 กรัม ผิวเป็นมัน เปลือกเรียบ เนื้อแน่นสุกช้า ทนทานต่อการขนส่ง เมื่อผลสุกเนื้อมีสีแดงอมส้ม รสชาติหอมหวานความหวานเฉลี่ย 13.12 องศาบริกซ์ทั้งยังมีความทนทานต่อโรคจุดวงแหวนดีด้วยแต่ความต้องการของตลาดภายในประเทศยังมีน้อยแต่ตลาดส่งออกมีการส่งไปขายยังประเทศฮ่องกง ไต้หวันแทนมะละกอฮาวายอนาคตคาดว่าจะมีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าเพื่อกินสุกทั้งภายในประเทศและส่งออก
                     4  
มะละกอพันธุ์ปากช่อง 1 พัฒนาสายพันธุ์โดยสถานีวิจัยปากช่องมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีลักษณะประจำพันธุ์คือ ลำต้นสีเขียวปนม่วงเล็กน้อยใบมี แฉกใหญ่ กว้าง 50-60 เซนติเมตร ยาว 45-50 เซนติเมตรก้านใบสีเขียวปนม่วงยาว 70-75 เซนติเมตร อายุ เดือน ก็เริ่มเก็บผลได้มีน้ำหนักผล 350-500 กรัม เนื้อสีส้มหนา 1.8 เซนติเมตรเมื่อสุกเนื้อไม่เละและมีรสหวาน กลิ่นหอม เปอร์เซ็นต์ความหวาน 12-14 องศาบริกซ์ ในระยะเวลา 18 เดือน จะให้ผลผลิตต้นละ 30-40 กิโลกรัมค่อนข้างทนต่อโรคใบด่าง การตลาดยังไม่ค่อยแพร่หลายแต่ความต้องการของตลาดต่างประเทศสูง 
                      5  
มะละกอพันธุ์แขกดำ  เป็นพันธุที่ได้รับความนิยมในอดีตแต่เนื่องจากอ่อนแอต่อโรคจุดวงแหวนได้ถูกการพัฒนาไปผสมข้ามพันธุ์กับต่างประเทศจนเกิดเป็นพันธุ์แขกดำท่าพระเป็นมะละกอ GMO ทำให้เกิดปัญหาขึ้นทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนในข้อมูลทำให้การบริโภคพันธุ์นี้มีน้อยลง เนื้อสุกสีแดงส้มแต่เนื้อเละ มีกลิ่นค่อนข้างรุนแรง ทำให้ในปัจจุบันไม่ค่อยมีผู้ปลูกสักเท่าไร
                     
ปลูกมะละกอทานสุกกันเป็นจำนวนมากเป็นเหตุให้มะละกอดิบขาดตลาด ซึ่งการบริโภคมะละกอดิบนั้นมีทุกวันทุกครัวเรือน เพราะถือว่าเป็นอาหารประจำชาติจนทุกวันนี้ราคาขายของมะละกอดิบที่ชาวบ้านต้องซื้อกันถึง กิโลกรัมละ 15 บาทยังหาไม่ค่อยจะ ดังนั้น บริษัท โปร- กรุ๊บ คอนซูเมอร์ โปรดักส์ จำกัดจึงได้ทำการวิจัยและหาข้อมูลเพื่อหาพืชเศรษฐกิจที่จะทำให้เกษตรกรผู้ปลูกสามารถลืมตาอ้าปากได้จึงส่งเสริมการปลูกมะละกอทานดิบซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดในปัจจุบัน

ความต้องการของตลาดค่อนข้างสูงจึงอยากจะแนะนำมะละกอทานดิบให้แก่สมาชิกได้พิจรณาดังนี้
      1.
มะละกอพันธุ์ครั่ง  เป็นมะละกอไทยเพื่อทำส้มตำโดยเฉพาะเป็นสายพันธุ์มะละกอที่ศูนย์และพัฒนาอาชีพการเกษตร จังหวัดมหาสารคามสำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่จังหวัดขอนแก่น กรมส่งเสริมการเกษตรได้พัฒนาสายพันธุ์เพื่อการผลิตเป็นมะละกอดิบใช้ทำสำหรับส้มตำโดยเฉพาะด้วยลักษณะเด่นตรงที่เป็นมะละกอที่ให้ผลผลิตสูงหลังจากย้ายต้นกล้าลงปลูกในแปลงใช้เวลาปลูกเพียง 5-6 เดือนเริ่มเก็บเกี่ยวผลดิบจำหน่ายเป็นมะละกอส้มตำได้เนิองของมะละกอพันธุ์ครั่งจะมีความกรอบและรสชาติหวานเมื่อเก็บผลดิบลงมาจากต้นจะคงสภาพในอุณหภูมิปกติโดยไม่เหี่ยวปัจจุบันมีความต้องการในตลาดสูงแต่จากการสังเกตุลักษณะของการออกดอกและติดผลของมะละกอสายพันธุ์นี้คือในช่วงเดือนที่ 9  หลังปลูกลงดินผลผลิตจะหมดในรุ่นแรกหรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหมดคอแรกในช่วงระยะเวลาดังกล่าวทำให้ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ต่อเนื่อง
2.
มะละกอพันธุ์แขกนวล ดำเนินเป็นมะละกอที่ในวงการส้มตำถือว่าเป็นสายพันธุ์ที่ทำส้มตำได้อร่อยที่สุดเนื่องจากมีความกรอบและหวานกว่ามะละกอที่ทำส้มตำทุกพันธุ์ทำให้ราคาในตลาดสำหรับมะละกอพันธุ์นี้พุ่งไปถึงกิโลกรัมละ 15-18 บาทในปัจจุบัน ราคาที่พ่อค้าเข้าไปซื้อถึงสวน ณปัจจุบันให้ราคาถึงกิโลกรัมละ บาทสำหรับมะละกอดิบแล้วถือว่าเป็นราคาที่สูงมากซึ่งลักษณะเด่นของมะละกอแขกนวล ดำเนินนั้นเป็นมะละกอทานดิบหรือมะละกอส้มตำให้ผลผลิตในรุ่นแรกที่อายุ เดือนขึ้นไป ซึ่งผลผลิตที่ได้ในเบื้องต้นประมาณต้นละ 20-30กิโลกรัมต่อต้นต่อเดือนโดยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตเดือนละ 2-3 ครั้งและสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องถ้าการดูแลการจัดการเรื่องธาตุอาหารดีจะไม่ทำให้เกิดอาการขาดคอรวงสามารถให้ผลผลิตต่อเนื่องถึง ปีนับว่าเป็นมะละกอที่จัดได้ว่าเป็นที่พืชเศรฐกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างมากคุ้มค่าต่อการลงทุน อีกทั้งตลาดยังมีความต้องการสูงเฉลี่ยต่อต้นแล้วผลผลิตที่ได้เท่ากับต้นละ200-300กิโลกรัมต่อต้นต่อปี ถ้า ไร่ปลูกระยะห่าง 2x2 เมตร 1ไร่ปลูก 400 ต้นจะได้ผลผลิตเฉลี่ย8-10ตันต่อไร่ต่อปี ถ้าราคาตลาดรับซื้อที่กิโลกรัมละ บาท จะได้รายได้โดยประมาณ320,000-400,000 บาทต่อไร่ซึ่งการเก็บมะละกอพันธุ์นี้ จะเก็บตอนน้ำหนักประมาณ 1.2-1.5 กิโลกรัมซึ่งถือว่าเป็นมะละกอที่ยังอ่อนมากทำให้การเข้าทำลายของโรคจุดวงแหวนน้อยลง จึงถือว่าเป็นมะละกอที่เกษตรกรน่าจะหันมาทดลองปลูกดูซึ่งการปลูกสามารถทำได้ดังนี้
   
ดำเนินการปลูกมะละกอแขกนวล ดำเนิน นิยมปลูกโดยวิธีการเพาะเมล็ดแล้วย้ายกล้าลงแปลงปลูกเมื่อต้นกล้ามีอายุได้ประมาณ เดือน
วิธีการเพาะเมล็ด
-   
นำเมล็ดมะละกอแช่น้ำอุ่น 60 องศา ทิ้งไว้ คืน สังเกตดูเมล็ดจะบวม พอง
-   
นำเมล็ดมะละกอมาเพาะในถุงดินที่เตรียมไว้โดยใช้ถุงดำขนาด 5x8 นิ้วใส่วัสดุปลูกประกอบด้วยดิน ส่วน ปุ๋ยชีวภาพ 1  ส่วน และ แกลบดำ ส่วนคลุกเคล้าให้เข้ากัน  โดยใส่เมล็ดมะละกอที่แช่แล้วถุงละ เมล็ด
-   
รดน้ำให้ชุ่ม ประมาณ7-10 วันเมล็ดก็จะเริ่มงอก 
-   
ทำการรดน้ำพอชุ่มวันละครั้ง
-   
เมื่อเมล็ดงอกเป็นต้นกล้างอกได้ 7วัน
-   
ฉีดน้ำใส่ปุ๋ย ทุกๆ วันจนถึงย้ายกล้า
ขั้นตอนการเตรียมดินและปลูกมะละกอพันธุ์แขกนวล ดำเนิน
-   
ทำการเตรียมพื้นที่ โดยการไถด้วยผาน 3  แล้วฉีดกระตุ้นการแตกของเมล็ดหญ้าด้วยน้ำหมักชีวภาพแล้วหว่านด้วยแกลบขี้ไก่ประมาณ 400-600กิโลกรัมต่อไร่ และหว่านตามด้วยปูนโดโลไมท์ 100-200 กิโลกรัมต่อไร่  ธาตูโบรอน ในรูปของสารบอแรกซ์ อัตร 2-3 กิโลกรัม ต่อไร่หว่านวัสดุปรับปรุงดินให้ทั่วแล้วฉีดด้วยน้ำหมักชีวภาพ แล้วไถกลบทิ้งไว้ประมาณ5-7 วันจะมีเมล็ดหญ้าแตกขึ้นมา ก็ทำการไถพรวนด้วยผาน อีกครั้งหนึ่ง
-   
มะละกอพันธุ์นี้ชอบดินร่วนปนทราย ดินเหนียวปนดินร่วนหรือดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี มีอินทรียวัตถุมาก ไม่ชอบน้ำขังและควรมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า เมตรช่วงระดับความเป็นกรด-ด่างที่เหมาะสมคือ 5.5-7 มะละกอไม่ทนดินเกลือไม่ทนลมแหล่งปลูกจึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีลมแรง   มะละกอพันธืนี้จะเจริญเติบโตได้ดี ถ้าได้รับแสงแดดเต็มที่  มะละกอมีก้านใบยาวและกลุ่ใบจะมีมากที่ยอดจึงไม่ควรปลูกมะละกอให้ชิดกันเกินไปจะทำให้ไม่สะดวกในการป้องกันกำจัดศัตรูของมะละกอ
-   
ระยะปลูกที่เหมาะสมคือ 2.5x2.5 เมตร หรือ 3x3 เมตรแหล่งปลูกมะละกอควรอยู่ใกล้เมืองหรือมีทางคมนาคมสะดวกเนื่องจากผลผลิตที่ได้ค่อนข้างมีปริมาณมากจะทำให้การขนส่งได้สะดวก
-   
หลังจากไถด้วยผาน แล้วควรฉีดพื้นให้ทั่วด้วยเชื้อราไตรโครเดอร์มา เพื่อป้องกันเชื้อที่อยู่ในดิน
การเตรียมแปลงปลูก
-   
วัดระยะแปลงปลูกตามความต้องการ ควรปักหลักเล็ก ๆ ห่างจากหลักหลุมปลูก อีกหลัก โดยปักให้ห่างข้างละ 50 เซนติเมตร
-   
ขุดหลุมปลูกเป็นรูปสี่เหลี่ยมให้ขอบหลุมห่างจากหลักกลางประมาณ 25 เซนติเมตรและขุดลึก 50 เซนติเมตร เอาดินขึ้นไว้บนปากหลุมอย่าให้โดนหลักเล็กทั้ง ซึ่งจะเป็นหลักบังคับระยะปลูก
-   
ใส่ปุ๋ยคอกเก่า ๆ หรือปุ๋ยชีวภาพประมาณ พลั่วหรือครึ่งบุ้งกี๋ลงบนดินที่ขุดขึ้นมา ใส่แร่เทคโตมิคหลุมละกำมือ  ใส่ ร๊อคฟอตเฟตลงไปอีก 100 กรัม คลุกเคล้าดินกับปุ๋ยให้เข้ากันดีแล้วใช้จอบกลบดินลงหลุมให้เสมอปากหลุม
-   
ก่อนปลูก หาไม้ไผ่ยาวประมาณ เมตร ทำเครื่องหมายที่ตำแหน่ง 0.50 เมตรและ 1  เมตรเป็นเครื่องหมายต้นปลูกเพื่อให้แถวปลูกตรงกันทุกต้น

วิธีการปลูก
-   
ให้นำต้นกล้าเรียงกระจายไว้ตามหลุมต่าง ๆ หลุมละหนึ่งถุง หลังจากนั้นกรีดถุงพลาสติกออกเอาต้นกล้าวางให้ตรงตำแหน่งระยะปลูกกลางหลุม กลบดินให้แน่น โดยเฉพาะรอบ ๆโคนต้นเพื่อให้รากจับดินใหม่ได้เร็ว ต้นจะตรงกันทุกแถวแล้วรดน้ำให้ชุ่ม
-   
เมื่อย้ายลงหลุมแล้ว วันให้ฉีด pro-1 เบอร์1และเบอร์สเปรย์บาง ๆ  หลังจากนั้นให้ฉีดคลุมแมลงด้วย บีเอ็ม โปรเพื่อกำจัดไข่และตัวอ่อนและไส้เดือนฝอยรากปมไว้ก่อน

การให้ปุ๋ย
-   
หลังจากปลูกมะละกอได้ประมาณ เดือนแล้วเพื่อให้มะละกอเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องควรให้ปุ๋ยเคมี สูตร 46-0-0 อัตรา กิโลกรัมผสมกับปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตรา กิโลกรัมคลุกด้วยแร่เทคโตมิค กิโลกรัม แล้วหว่านรอบต้น ต้นละ  50 กรัมต่อต้น  ทุกๆ 15 วันต่อหนึ่งครั้ง
-   
ในช่วงเดือนแรก จำเป็นที่จะต้องฉีด บีเอ็ม โปร  เพื่อกำจัด เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อนแมลงหวี่ขาวซึ่งเป็นพาหะนำพาโรคจุดวงแหวนไว้ทุก ๆ 7-15 วัน  สลับด้วยเมจิคกับมิราเคิลโปร ทุก ๆ 15 วัน 
-   
ในเดือนที่ ให้เปลี่ยนสูตรปุ๋ย เป็นสูตร 46-0-0 อัตรา กิโลกรัมผสมกับปุ๋ยสูตร15-15-15 อัตรา กิโลกรัมคลุกด้วยแร่เทคโตมิค กิโลกรัมหว่านรอบต้น ต้นละ 50 กรัมต่อต้น 
-   
ทางใบให้ฉีดโปร-ฟอส อัตรา ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตรทุก ๆ วัน  เดือนที่  2 ฉีด โปร -อีก หนึ่งครั้ง สังเกตดูการเจริญเติบโต  
-   
ในเดือนที่ 3  จะเริ่มติดดอก ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 อัตรา 18 กิโลกรัมผสมกับ 0-0-60 อัตรา กิโลกรัม คลุกด้วยแร่เทคโตมิค กิโลกรัม  หว่านให้ทั่ว ๆ 
-   
ทางใบ ให้ฉีดทำดอกด้วยปุ๋ย สูตร 0-52-34 อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรผสมด้วยเมจิคโปร อัตรา 20 ซี ซีต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดทุก 7-15 วัน จะทำให้มีดอกอย่างต่อเนื่องตลอดให้ฉีดสูตรนี้ทุกเดือนจะทำให้มะละกอมีดอกตลอดไม่ขาดคอรวง และฉีดโปร-เดือนละครั้งในทุกเดือน ผลมะละกอจะขยายอย่างต่อเนื่อง
-    
ในเดือนที่ จะเริ่มติดผลเล็ก ช่วงนี้อย่าให้ขาดน้ำ และใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21  อัตรา 20 กิโลกรัมคลุกด้วยแร่โปร-ฟอส อัตรา กิโลกรัม หว่านต้นละ 200 กรัมต่อต้นทุก ๆ 15 วันไปตลอด โดยสังเกตถึงสีของใบเป็นหลัก ถ้ารู้สึกว่าใบเหลืองให้ผสม ปุ๋ย 46-0-0  อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมด้วย เมจิคโปรอัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร 
-   
ทางใบให้ฉีด บี เอ็ม โปรเพื่อป้องกันแมลงและแมลงหวี่ขาวฉีดสลับกับเบสน์ชอยย์เพื่องป้องกันโรคเกี่ยวกับเชื้อราต่าง ๆ ไว้เพราะช่วงนี้เมื่อติดลูกจะเริ่มมีเชื้อราเริ่มเข้าทำลาย  
-   
ในระยะที่ปลูกมะละกอใหม่ ๆเกษตรกรสามารถปลูกพืชแซมร่วมกับมะละกอในช่องว่างระหว่างแถว ระหว่างต้นเมื่อมีวัชพืชขึ้น การดายหญ้าพืชแซมควรดายหญ้ามะละกอไปด้วยแต่การดายหญ้าด้วยจอบควรระวังคมจอบสับต้นหรือรากมะละกอจะทำให้ต้นมะละกอชะงักการเจริญเติบโต หรือทำให้เกิดโรครากเน่าได้ทางที่ดีควรใช้เศษหญ้าแห้งหรือฟางข้าวคลุมโคนให้หนา ๆจะทำให้ไม่มีเมล็ดหญ้างอกใหม่การปลูกมะละกอนั้นไม่ควรใช่ยากำจัดวัชพืชโดยเด็ดขาดเพราะมะละกอนั้นอ่อนไหวต่อยากำจัดวัชพืชมาก
-    
การกำจัดวัชพืชนั้นสามารถใช้ปุ๋ย ยูเรีย ปริมาณ กิโลกรัมผสมน้ำ 20 ลิตรฉีดวัชพืชในเวลากลางวันแต่ต้องใส่หัวครอบไม่ให้ฟุ้งกระจายไปโดนใบมะละกอโดยเด็ดขาดจะทำให้ใบไหม้ได้เมื่อฉีดไปแล้วให้หว่านแร่เทคโตมิคตามลงไปเพื่อจับปุ๋ยกลับมาให้มะละกอได้กินใหม่ ไม่เสียเปล่า
การออกดอกติดผล
     
มะละกอเป็นพืชที่มีดอก ชนิดอยู่คนละต้น คือ 
-   
ต้นตัวผู้ จะมีดอกตัวผู้ล้วนเป็นจำนวนมากอยู่บนก้านช่อยาวที่แตกแขนงถ้าพบควรตัดทิ้งไปเพราะไม่ให้ผลผลิตหรือให้ผลได้ก็ไม่สามารถจำหน่ายได้คุ้มค่าเท่าต้นตัวเมีย ห
-   
ต้นตัวเมีย จะมีแต่ดอกเพศเมียเท่านั้น ดอกจะออกมาจากส่วนมุมด้านใบติดลำต้นเป็นดอกเดี่ยวหรือดอกช่อ รังไข่มีรูปร่างป้อม ให้ผลค่อนข้างกลมช่องว่างในผลมีมากจึงไม่ค่อยนิยมเช่นกัน
-   
ต้นสมบูรณ์เพศหรือต้นกระเทย จะมีช่อดอกติดกันเป็นกลุ่มต้นสมบูรณ์เพศจะมีดอกสมบูรณ์เพศและดอกตัวผู้อยู่ในช่อดอกเดียวกันและดอกสมบูรณ์เพศจะมี ชนิดตามตำแหน่งของเกสรตัวผู้ดอกสมบูรณ์เพศชนิดธรรมดาทำให้ผลมีรูปร่างทรงกระบอกสวย เป็นที่นิยมของตลาดผลที่เกิดจากดอกสมบูรณ์เพศที่ดอกตัวผู้ติดอยู่กับรังไข่ทำให้ผลบิดเบี้ยวและดอกสมบูรณ์เพศที่ทำให้ผลเป็นพลูลึกผลจากดอกสมบูรณ์เพศสองชนิดหลังนี้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดดังนั้นเกษตรกรผู้ปลูก ต้องหมั่นคอยตรวจดูและปลิดออกตั้งแต่ผลยังเล็ก ๆนอกจากนั้นแม้ว่ามีดอกสมบูรณ์เพศชนิดธรรมดา แต่ถ้าช่อดอกแตกแขนงและติดผลดกผลจะเบียดกันมาก ทำให้ผลเล็กได้ จึงขอแนะนำให้เด็ดผลที่อยู่ที่แขนงบข้างออกให้เอาไว้แต่ผลที่ปลาย ช่อดอกจึงจะได้ผลใหญ่สม่ำเสมอกันทั้งต้นถ้าทำทั้งสวนจะทำให้มีขนาดผลเกินมาตรฐานจะสามารถขายง่ายและป้องกันการโค่นล้มได้อีกด้วย
-   
ดังนั้นเมื่อมะละกอที่ปลูกเมื่อมีดอกแล้วจึงจำเป็นต้องคัดให้เหลือต้นที่มีดอกสมบูรณ์เพศเท่านั้น
โรคและแมลงของมะละกอ
-   
ไรแดง มีลักษณะคล้ายแมงมุม มี ขา ตัวเล็กมาก จะมีใยคล้าย ๆแมงมุมอยู่บริเวณยอด หรือเข้าทำลายโดยดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆ ของมะละกอเช่น ใบ ผล ดอก หรือส่วนอ่อน ๆ ของพืช มักจะระบาดในช่วงที่มีอากาศร้อนและแห้ง ถ้าพบระบาดมากสามารถใช้สารเคมีประเภท ไดฟอน  โอไมท์  พอสซ์  ไดโนทีฟูเรน โดยใช้ตามคำแนะนำที่ติดอยู่บนฉลากยา หรือป้องกันด้วยการฉีด บีเอ็ม โปร ป้องกันกำจัดไข่และตัวอ่อนไว้ก่อน ก็จะไม่พบการระบาด
-   
เพลี้ยไฟ เป็นศัตรูที่สำคัญของมะละกออีกชนิดหนึ่งโดยมีลักษณะการทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆของพืชเป็นพาหะของเชือไวรัส มักระบาดช่วงฤดูร้อนการป้องกันทำได้โดยการฉีดบี เอ็ม โปรสลับกับการฉีดสารเคมีกำจัดซึ่งต้องเปลี่ยนสารอยู่เสมอไม่ควรฉีดชนิดใดชนิดหนึ่ง ยาที่ใช้ได้ผลคือ ไดเมทโธเอท ตาร์โบซัลแฟน  โปรวาโด้ อิมิดาคลอพริด เอสเซนน์
-    
เพลี้ยอ่อนเป็นแมลงศัตรูที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งโดยมีลักษณะการทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากส่วนอ่อนของต้นมะละกอ เช่นใบอ่อน ยอดอ่อน ดอกหรือส่วนอ่อนของลำต้นที่สำคัญเพลี้ยอ่อนยังเป็นพาหะก่อให้เกิดโรคใบด่างซึ่งเป็นโรคร้ายแรงของมะละกอด้วย การป้องกันควรฉีดคลอไพริฟอสผลมดับปิโตเลียม ออยย์ หรือฉีด บี เอ็ม โปรป้องกันไว้ตลอด
-   
แมลงหวี่ขาว  เป็นพาหะสำคัญอีกตัวหนึ่งมักจะดูดน้ำเลี้ยงและปากเป็นพาหะให้เกิดโรคไวรัสวงแหวนได้มักจะพบเวลาช่วงเช้าหรือเย็นเมื่อเดินแล้วพบการบินของแมลงปีกขาว ๆ เล้ก ๆแสดงว่าพบการระบาดแล้ว เมื่อพบการระบาดควรพ่นกำจัดด้วย พอสซ์  สตาร์เกิล  หรือพ่นสลับด้วย บี เอ็ม โปร ให้ฉีดให้ทั่วทั้งบริเวณหญ้าด้วย
-    
เพลี้ยแป้ง  มักจะพบระบาดในช่วงฤดูแล้ง เกาะดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ ใบจะหงิก หดจะเข้าเกาะกินบริเวณตาทำให้ลำต้นบิดเบี้ยว ถ้ากินผล ผลจะบิดเบี้ยว  ถ้าระบาดมากทำให้ต้นมะละกอตายได้ การกำจัด ใช้เคมีเอสเซนต์ผสมด้วยไวท์ออยย์ หรือ คลอไพริฟอสผสมด้ยไวท์ออยย์ หรือฉีดสลับกับบี เอ็ม โปร 
-   
โรคของมะละกอที่น่ากลัวมีดังนี้
-   
โรคใบด่างจุดวงแหวน เกิดจากเชื้อ Papaya ringspot virus เชื้อเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของมะละกอ เข้าต้นจะทำให้ต้นแคระแกร็น ใบด่างเหลือง บิดเบี้ยวเสียรูปใบจะหงิกงอเรียวเล็กเหมือนหางเรือใบ จะเหลือแต่เส้นใบดูเหมือนเส้นด้ายและต้นกล้าอาจตายได้หรือไม่เจริญเติบโตในต้นที่โตแล้วใบบิดเบี้ยว หงิกงอยอดและใบมีสีเหลืองกว่าต้นที่ไม่เป็นโรคและจะสังเกตเห็นลักษณะจุดหรือทางยาวสีตามก้านใบ ลำต้นการติดผลจะไม่ดีหรือไม่ติดเลย  ถ้าเข้าผลมะละกออาจบิดเบี้ยวมีจุดลักษณะเป็นวงแหวน ทั่วทั้งผล แผลมีลักษณะคล้ายสะเก็ดโรคนี้สามารถแพร่ระบาดไปได้โดยมีเพลี้ยอ่อนหลายชนิดเป็นพาหะโดยเพลี้ยอ่อนจะดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่เป็นโรคเชื้อไวรัสจะติดอยู่กับส่วนปากแมลง ๆย้ายไปดูดน้ำเลี้ยงจากต้นที่ไม่เป็นโรค ก็จะถ่ายเชื้อไวรัสการถ่ายทอดโรคนี้ใช้เวลาสั้นมากภายหลังจากมะละกอได้รับเชื้อไวรัสแล้วประมาณ 15-30 วินาทีก็จะแสดงอาการของโรค การป้องกันและกำจัดต้องใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาฉีดที่แปลงปลูกก่อนที่จะปลูกมะละกอและฉีดป้องกันด้วยเบสน์ชอยน์อยู่เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของไวรัสและต้องคอยหมั่นตรวจดูอย่าให้พบเพลี้ยอ่อน ถ้าพบระบาดต้องรีบกำจัด  ถ้าเป็นมากต้องถอนทิ้งและเผาทำลาย  ถ้าเริ่มแสดงอาการบางต้นให้พ่นสารเคมีประเภท โพลคลอราช+พิโคลนาโซน +สารโปร -1 จึงจะฟื้นตัวได้
-   
โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gioeosporeioides ลักษณะอาการของโรค ใบ จะเป็นจุดขอบแผลสีน้ำตาลเนื้อเยื่อส่วนกลางจะมีสีซีดจาง และมักจะขาดเป็นรูทะลุในเวลาต่อมามักพบจุดดำเล็ก ๆ กระจายทั่วบริเวณแผล ซึ่งคือส่วนขยายพันธุ์ของเชื้อรา ผลเห็นได้ชัดเมื่อเกิดกับผลสุก จะเกิดลักษณะแผลกลมฉ่ำน้ำ และยุบลงในแผลตรงกลางจุดจะมีสปอร์ของเชื้อสีส้มหรือสีชมพูเป็นวงชั้น    บริเวณแผลและแผลจะลุกลามขยายตัวไปทั่ว ทำให้ผลมะละกอเน่าเสียในเวลารวดเร็วโดยเฉพาะในสภาพอากาศอบอ้าว  การป้องกัน ควรฉีดสารเคมีตระกูล ดาโคนิลหรือแอนทราโคลหรือโพลคลอราช+คาร์เบนดาซิมถ้าป้องกันใช้เบสน์ชอยน์ฉีดตั้งแต่เริ่มติดผลจะทำให้ไม่เกิดอาการของโรคได้
ดังนั้นการปลูกมะละกอจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย ทั้งนี้อยู่ที่การดูแลเอาใจใส่ในรายละเอียดในทุกขั้นตอนของการปลูกการป้องกันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด การทำให้พืชแข็งแรงตั้งแต่ต้นการให้ปัจจัยการเจริญเติบโตอย่างถูกวิธี การเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธีการเตรียมแปลงและกำจัดพาหะอยู่สม่ำเสมอก็จะทำให้ผลผลิตออกมาได้คุมค่าต่อการลงทุนหวังว่าเกษตรกรคงได้รับประโยชน์จากแนวทางการปลูกนี้ไม่มากก็น้อย

 

 

สวนสมหวังออนไลน์ จำหน่ายต้นกล้ามะละกอฮอลแลนด์

จำหน่ายต้นกล้า มะละกอฮอลแลนด์ 
ราคาปกติถุงละ 15 บาท ราคาพิเศษถุงละ 10 บาท 

(มี3-4 ต้น รากสวย ไม่ล้ม กระเทย90กว่า%) 

เจ้าใหญ่สุพรรณบุรี


สนใจกรุณาติดต่อ สมหวัง 099007653

สินค้านี้ยังไม่มีคนรีวิว
คำถาม
รายละเอียด
ชื่อผู้ถาม
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ถาม
สินค้านี้ยังไม่มีคนถามคำถาม

ทางร้านยังไม่ได้ทำการเพิ่มบัญชีรับเงิน กรุณาติดต่อ เจ้าของร้าน
เพื่อความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายและมิตรภาพที่ดีต่อกัน กรุณาทำความเข้าใจเงื่อนไข

0.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
65.00 บาท
50.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

ร้านค้าอัพเดท12 พ.ย. 2560

0990076532
facebooktwitter


 

0.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
55.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
65.00 บาท
50.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ

เข้าร่วมร้านค้า

ร้าน๑ฟาร์มสมหวังออนไลน์๑
ร้าน๑ฟาร์มสมหวังออนไลน์๑
www.xn--12c2bo4auba6dajsb0uwf.com/
สมัครสมาชิกร้านนี้ เพื่อรับสิทธิพิเศษ

15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
15.00 บาท
10.00 บาท
  • สั่งซื้อ
1,990.00 บาท
1,490.00 บาท
  • สั่งซื้อ
65.00 บาท
50.00 บาท
  • สั่งซื้อ

 

Gold Price by GTA / ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ

 ประจำวันที่ 23/04/2558 เวลา 10:28 น. (ครั้งที่ 2)
96.5% รับซื้อ (บาท) ขายออก (บาท)
ทองคำแท่ง 18,200.00 18,300.00
ทองรูปพรรณ 17,934.28 18,700.00

  • ค้นหา
*ใส่ order id หรือ email ที่ใช้ในการสั่งซื้อ
ดูรหัสพัสดุทั้งหมด »

นี่คือกล่อง ข้อมูลข่าวสาร ต่างๆ ได้ง่ายและรวดเร็ว


ราคาน้ำมัน

ราคาดัชนีหุ้น



ราคาทองคำ


พยากรณ์อากาศ


ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล


Go to Top